ตราสัญลักษณ์

องค์การบริหารส่วนตำบลไผ่ใหญ่  ได้กำหนดตราสัญลักษณ์ของตำบลมีลักษณะเป็นวงกลมภายในวงกลมประกอบด้วย   รูปหนองน้ำและดอกบัว จะมีคนนั่งอยู่ระหว่างกอไผ่  2 กอ  มีความหมาย  ดังนี้

          หนองน้ำ  หมายถึง  สระศรีธนญชัย  ซึ่งเป็นสระโบราณมีอายุยาวนานคู่กับชุมชนบ้านไผ่ใหญ่ 

และมีความอุดมสมบูรณ์ด้วยข้าวและปลานานาชนิดในทุกพื้นที่ในตำบลไผ่ใหญ่  นอกจากนั้นพื้นที่ในตำบลไผ่ใหญ่ยังเป็นแหล่งผลิตข้าวที่สำคัญแห่งหนึ่งของอำเภอม่วงสามสิบ

          ดอกบัว  หมายถึง   ตำบลไผ่ใหญ่เป็นตำบลหนึ่งที่อยู่ในการปกครองของจังหวัดอุบลราชธานี

          กอไผ่    หมายถึง ชาวบ้านนิยมปลูกต้นไผ่ไว้มากโดยเฉพาะภายในบ้านไผ่ใหญ่ซึ่งเป็นที่ตั้ง ของตำบล

          คนนั่งระหว่างกอไผ่   หมายถึง  ศรีธนญชัยหรือเซียงเมี่ยง  ซึ่งถือว่าเป็นบุคคลที่มีปัญญาเฉลียวฉลาด  เปรียบเสมือนชาวตำบลเป็นบุคคลที่ได้รับการศึกษาสูง  มีสติปัญญาเฉลียวฉลาดแหล่งโบราณสถานโบราณวัตถุ

1.  อุโบสถวัดเวฬุวัน เป็นอุโบสถที่มีอายุเก่าแก่มาก ไม่ปรากฏว่าสร้างสมัยใด จากคำบอกเล่าจากผู้เฒ่า  ทราบว่าบริเวณนั้นแต่เดิมเป็นที่รกร้างว่างเปล่าด้วยป่าไผ่   มีลักษณะเป็นบ้านเก่าได้มีพระธุดงค์องค์หนึ่งเดินธุดงค์มาจากเวียงจันทร์  ชื่อ  พระญาครูสา ได้ธุดงค์เข้ามาในบริเวณนี้ ได้พบโบสถ์ร้างมีป่าไผ่ขึ้นปกคลุม  จึงได้จำวัดสวดมนต์ปฏิบัติกรรมฐานภายในอุโบสถหลังนี้ เมื่อปี พ.ศ.2471 และ พ.ศ.2474 พระองค์เจ้าธานีนิวัติและสมเด็จกรมพระยาดำรงราชานุภาพได้เสด็จมาทอดพระเนตรอุโบสถหลังนี้  เพื่อศึกษาประวัติศาสตร์  อุโบสถหลังนี้ได้รับการบูรณะมาแล้ว  2  ครั้ง  ครั้งสุดท้ายเมื่อปี  พ.ศ. 2489 โดยพระมหาจูม โชตโก (พระครูโศภนธรรมาภรณ์) เป็นประธาน

2. เทวรูปหิน (รูปเซียงเมี่ยง) เป็นเทวรูปหินไม่ทราบว่าสร้างในยุคสมัยใด จากการสอบถาม ผู้เฒ่าผู้แก่ทราบว่าเป็นเทวรูปที่คู่มากับอุโบสถ  ปัจจุบันนี้ส่วนศีรษะได้ถูกขโมยไปแล้ว

3. พระเจ้าใหญ่วัดเวฬุวัน เป็นพระพุทธรูปปางมารวิชัยนั่งขัดสมาธิราบบนฐานชุกชี ภายในอุโบสถวัดเวฬุวันมีอายุเก่าแก่ที่สุด เป็นพระพุทธรูปที่มีความศักดิ์สิทธิ์มาก มีเรื่องเล่าว่า เคยมีคนมาดื่มน้ำสาบานต่อหน้าพระพุทธรูปองค์นี้แล้วได้เห็นผลทันตา

4. หินศิลาแลงรูปเสมาธรรมจักร เป็นหินศิลาแลงที่คู่กับอุโบสถวัดเวฬุวัน สันนิษฐานว่ามีอยู่หลายอัน ในยุคที่หินแห่หินทรายเกิดเป็นเงินเป็นทอง  (ท้าวธรรมิกราชผีบุญ) นั้น สมเด็จกรมพระยาดำรงราชานุภาพได้เสด็จเอาไปพิสูจน์หาหลักฐานทางประวัติศาสตร์   และได้นำหินศิลาแลงรูปเสมาธรรมจักรไปด้วย   ส่วนที่เหลือกรมศิลปากรได้มาเอาไปอีกครั้งเมื่อประมาณ  พ.ศ.2510 และใบเสมาขนาดใหญ่ที่อยู่บ้านไผ่ใหญ่หรือโนนปู่ตา ตำบลไผ่ใหญ่นี้  กรมศิลปากรได้ประกาศขึ้นทะเบียนเป็นโบราณสถานสมบัติของชาติ  ในราชกิจจานุเบกษา  เล่มที่  53  ตอนที่  37   วันที่  27  กันยายน  2479 

5. สระเซียงเมี่ยงหรือสระศรีธนญชัย เป็นสระน้ำโบราณที่สำคัญคู่บ้านไผ่ใหญ่ ไม่ทราบว่าขุดตั้งแต่ยุคใดสมัยใด   ถือกันว่าเป็นสระน้ำที่มีความศักดิ์สิทธิ์มาก  ผู้ที่ได้ดื่มน้ำในสระแห่งนี้จะเกิดปัญญาเฉลียวฉลาด   ต่อมาได้ทำการขุดลอกสระเมื่อ  พ.ศ.2479 โดยพระมหาจูม  โชตโก  ภายหลังได้เลื่อนสมณศักดิ์เป็นที่พระครูโศภนธรรมาภรณ์   เป็นประธานในการขุดลอก  โดยเมื่อขุดลงไปได้พบคันไถอันหนึ่งมีขนาดใหญ่มากทำด้วยไม้ตะเคียนมีความสูงตั้งตรงวัดจากพื้นถึงหางไถ ประมาณ 2 เมตร ปัจจุบันนี้ได้หายไปแล้ว

คำขวัญตำบลไผ่ใหญ่

                             บ้านไผ่ใหญ่ญาครูสา               โนนปู่ตาดึกดำบรรพ์              

                            วัดเวฬุวันคู่บ้าน                     มะขามหวานต้นตำรับ             

                            อดีตสำนักมูลกัจจายน์             สระโบราณศรีธนญชัย            

                             พระเจ้าใหญ่องค์ศักดิ์สิทธิ์         อิทธิฤทธิ์ด้านสาบาน    

                             ถิ่นนักปราชญ์อาจารย์              ภาคอีสานรู้จักดี

 

Facebook Comments